กำลังโหลดข้อมูล

Favorite
shares
0

สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

น้ำมี 3 สถานะ คือ ของแข็ง(น้ำแข็ง) ของเหลว(น้ำ) แก๊ส(ไอน้ำ)

 

ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วัด 1. สำรวจและอธิบายสมบัติทางกายภาพของน้ำจากแหล่งน้ำในท้องถิ่น และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. นักเรียนสามารถบอกได้ว่าน้ำมีกี่สถานะ

  2. นักเรียนสามารถบอกสถานะของน้ำทั้งหมดได้

  3. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของน้ำในแต่ละสถานะได้

  4. นักเรียนสามารถยกตัวอย่างของน้ำในแต่ละสถานะได้

สาระการเรียนรู้

สมบัติของน้ำ : สถานะของน้ำ

โดยทั่วไปเราพบน้ำ 3 ลักษณะ ได้แก่ น้ำแข็ง ซึ่งเป็นของแข็ง น้ำซึ่งเป็นของเหลว และไอน้ำซึ่งเป็นแก๊สที่มองไม่เห็น การที่น้ำปรากฏอยู่ได้ใน 3 ลักษณะนี้ เป็นสมบัติอย่างหนึ่งของน้ำ

น้ำแข็ง (ของแข็ง) เมื่อได้รับความร้อนจะหลอมเหลวกลายเป็น น้ำ (ของเหลว) และ เมื่อได้รับความร้อนเพิ่มมากขึ้นจะเปลี่ยนสถานะเป็น ไอน้ำ (แก๊ส)

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ

  1. ครูเตรียมน้ำเปล่า และน้ำแข็งใส่แก้ว ให้นักเรียนเปรียบเทียบลักษณะของน้ำแข็งกับน้ำแล้วบันทึกลงใบกิจกรรม 3 แผ่นที่ 1 (สื่อการสอน 16.1) สมบัติของน้ำเป็นอย่างไร จากนั้นร่วมกันอภิปรายผลโดยครูใช้คำถามเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป ดังนี้

  • ถ้าเปรียบเทียบลักษณะของน้ำ กับน้ำแข็ง เป็นอย่างไร (แนวคำตอบ น้ำกับน้ำแข็งมีลักษณะเหมือนกัน คือ ใส ไม่มีสี แต่แตกต่างกันที่น้ำเป็นของเหลว แต่น้ำแข็งเป็นของแข็ง น้ำมีรูปร่างเหมือนภาชนะแต่น้ำแข็งเป็นก้อนและเมื่อสัมผัสรู้สึกเย็นกว่าน้ำ)

  • นิ้วที่เปียกน้ำแห้งได้อย่างไร (แนวคำตอบ น้ำที่นิ้วระเหยไปในอากาศ)

หมายเหตุ ยังไม่สรุปผลการทดลอง ค่อยสรุปท้ายคาบเรียน

  1. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า จากกิจกรรมที่เราได้ทำไปนั้น เราจะเห็นสถานะของน้ำได้ 2 สถานะ คือ ของแข็ง (น้ำแข็ง) และ ของเหลว (น้ำ) แต่น้ำที่ระเหยไปในอากาศนั้น เราไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ขั้นสอน

  1. ครูอธิบายนักเรียนเพิ่มเติมว่า น้ำที่ระเหยไปในอากาศนั้น เรามองไม่เห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เราจะทำกิจกรรมเพื่อสังเกตถึงลักษณะของน้ำ ที่ระเหยไปในอากาศ จากนั้นทำกิจกรรมน้ำมีกี่สถานะ โดยครูเตรียมอุปกรณ์ดังนี้ (สื่อการสอน 16.3)

  • น้ำแข็ง 2 ก้อน

  • บีกเกอร์ขนาด 100 มิลลิลิตร จำนวน 1 ใบ

  • กระบอกตวงขนาด 10 มิลลิลิตร จำนวน 1 อัน

  • ไม้ขีดไฟ 1 กล่อง พร้อมที่ดับไฟ (ถ้วยเล็กๆใส่ทราย)

  • ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ พร้อมที่กั้นลม 1 ชุด

  • นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน​​

  1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง และ ตอบคำถามท้ายใบงาน (สื่อการสอน 16.4)

วิธีทดลอง

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เวลาที่ใช้ไป (นาที)

  1. ใส่น้ำในบีกเกอร์ ตั้งทิ้งไว้

น้ำแข็งมีขนาดเล็กลง มีน้ำเพิ่มมากขึ้น มีไอน้ำเกาะด้านนอกบีกเกอร์

(ตามค่าที่ได้)

  1. เทน้ำลงในกระบอกตวง

น้ำมีปริมาตร..........(ตามค่าที่อ่านได้)....มิลลิลิตร

-

  1. ต้มน้ำจนเดือด

น้ำในบีกเกอร์มีฟองขนาดใหญ่ มีควันสีขาวออกมา

(ตามค่าที่ได้)

  1. นำน้ำที่ต้มเทในกระบอกตวง

น้ำมีปริมาตร..........(ตามค่าที่อ่านได้)....มิลลิลิตร

-


จากการทดลอง ตอบคำถามต่อไปนี้

  1. เมื่อวางน้ำแข็งทิ้งไว้ น้ำแข็งจะค่อยๆหลอมเหลวกลายเป็น ........น้ำ......................................

  2. เมื่อนำน้ำไปต้ม ปริมาตรของน้ำเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร .....เปลี่ยนแปลง คือ มีปริมาตรลดลง.....

  3. เพราะเหตุใดปริมาตรของน้ำจึงเปลี่ยนแปลงไป ........ระเหยกลายเป็นไอน้ำ...............................

ถ้านักเรียนต้มน้ำต่อไปเรื่อยๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง .....น้ำระเหยจนหมด ไม่มีน้ำเหลือในบีกเกอร์...

  1. การทดลองนี้สรุปได้ว่า น้ำมี ......3.......... สถานะ คือ .......ของแข็ง (น้ำแข็ง) ของเหลว (น้ำ) แก๊ส (ไอน้ำ)...

  1. ครูอธิบายนักเรียนเพิ่มเติมว่า ในชีวิตประจำวัน น้ำในสถานะแก๊สคือไอน้ำในอากาศทั่วไปนั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแต่ก็สามารถตรวจสอบได้

ขั้นสรุป

  1. ร่วมกันสรุปผลการทดลอง ว่า น้ำมี 3 สถานะ คือ ของแข็ง (น้ำแข็ง) ของเหลว (น้ำ) แก๊ส (ไอน้ำ) (ครูติดบัตรคำ (สื่อการสอน 16.6) น้ำมี 3 สถานะ คือ ของแข็ง (น้ำแข็ง) ของเหลว (น้ำ) แก๊ส (ไอน้ำ) และภาพประกอบ ภาพ น้ำแข็ง , น้ำ , ไอน้ำจากกาต้มน้ำ)

  2. ตอบคำถามท้ายใบกิจกรรม 3 แผ่นที่ 1 คำถามคือ จากกิจกรรมนี้พบว่าน้ำปรากฏอยู่บนโลกตามธรรมชาติกี่ลักษณะ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ 3 ลักษณะ คือ ของแข็ง ของเหลว แก๊ส)

  3. ครูสอบถามนักเรียนเพิ่มเติมว่า นักเรียนเคยเห็น หรือ รู้จัก น้ำในสถานะอื่นๆ นอกเหนือจาก น้ำแข็ง น้ำ หรือ ไอน้ำ หรือไม่ ได้แก่อะไรบ้าง พร้อมให้นักเรียนบอกสถานะของคำตอบนั้นๆ (ครูติดภาพประกอบ (สื่อการสอน 16.8) ได้แก่ภาพ น้ำแข็งไส , หิมะ , ลูกเห็บ , น้ำหวาน , นม เป็นต้น) (แนวคำตอบ เคยเห็น เช่น น้ำแข็งไสสถานะของแข็ง , หิมะสถานะของแข็ง , ลูกเห็บสถานะของแข็ง , น้ำหวานสถานะของเหลว , นมสถานะของเหลว เป็นต้น)

  4. เล่นเกม “จับคู่ให้หน่อย” โดยครูติดบัตรคำ (สื่อการสอน 16.9) ของแข็ง , ของเหลว , แก๊ส บนกระดานดำ จากนั้นแจกบัตรคำ น้ำแข็ง , น้ำแข็งไส , ลูกเห็บ , น้ำค้างแข็ง , น้ำ , นม , น้ำหวาน , ไอน้ำ ให้แก่ตัวแทนนักเรียนคนละ 1 ใบ จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ให้ตรงตามสถานะชองน้ำ

  5. ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกต้องจากการเล่นเกม “จับคู่ให้หน่อย” ดังนี้

  • ของแข็ง คือ น้ำแข็ง , น้ำแข็งไส , ลูกเห็บ , น้ำค้างแข็ง

  • ของเหลว คือ น้ำ , นม , น้ำหวาน

  • แก๊ส คือ ไอน้ำ

การวัดผลและประเมินผล

  1. ความถูกต้องในการบอกสถานะของน้ำ

  2. ความถูกต้องในการอธิบายสถานะของน้ำ

  3. ความถูกต้องในการปฏิบัติการทดลอง

  4. ความถูกต้องในการสรุปผลการทดลอง

  1. ความถูกต้องในการยกตัวอย่างสถานะของน้ำ

  2. ความถูกต้องในการจับคู่สถานะของน้ำ และ ชนิดของน้ำ

  3. ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

  4. การตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็น

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

  1. สื่อการสอน 16.1 คือ

  • ใบกิจกรรม 3 แผ่นที่ 1 สมบัติของน้ำเป็นอย่างไร ในแบบบันทึกกิจกรรมรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

  • แก้วใส่น้ำครึ่งแก้ว

  • แก้วใส่น้ำแข็ง

  1. สื่อการสอน 16.3 ชุดอุปกรณ์ทำกิจกรรมน้ำมีกี่สถานะ คือ

  • น้ำแข็ง 2 ก้อน

  • บีกเกอร์ขนาด 100 มิลลิลิตร จำนวน 1 ใบ

  • กระบอกตวงขนาด 10 มิลลิลิตร จำนวน 1 อัน

  • ไม้ขีดไฟ 1 กล่อง พร้อมที่ดับไฟ (ถ้วยเล็กๆใส่ทราย)

  • ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ พร้อมที่กั้นลม 1 ชุด

  • นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน

  1. สื่อการสอน 16.4 คือ ใบงานน้ำมีกี่สถานะ

  2. สื่อการสอน 16.6 คือ บัตรคำ น้ำมี 3 สถานะ คือ ของแข็ง (น้ำแข็ง) ของเหลว (น้ำ) แก๊ส (ไอน้ำ) และรูปภาพ น้ำแข็ง , น้ำ , ไอน้ำจากกาต้มน้ำ

  3. สื่อการสอน 16.8 คือ ภาพ น้ำแข็งไส , หิมะ , ลูกเห็บ , น้ำหวาน , นม

  4. สื่อการสอน 16.9 คือ บัตรคำ ของแข็ง , ของเหลว , แก๊ส , น้ำแข็ง , น้ำแข็งไส , ลูกเห็บ , น้ำค้างแข็ง , น้ำ , นม , น้ำหวาน , ไอน้ำ


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก trueplookpanya.com