กำลังโหลดข้อมูล

Favorite
shares
0

สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

ครอบครัวเป็นสถาบันหลักที่มีความสำคัญต่อเราทุกคน ในแต่ละครอบครัวมีการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นฐานของแต่ละครอบครัว ประเภทของครอบครัว เศรษฐกิจของครอบครัว สังคมภายในครอบครัว ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว และการศึกษาของครอบครัว

 

ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต

ตัวชี้วัด อธิบายความสำคัญและความแตกต่างของครอบครัวที่มีต่อตนเอง

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจความแตกต่างของลักษณะพื้นฐานของแต่ละครอบครัว

๒. เพื่อให้นักเรียนรู้จักประเภทของครอบครัว

๓. เพื่อให้นักเรียนรู้ลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว

๔. เพื่อให้นักเรียนบอกปัจจัยที่ทำให้แต่ละครอบครัวมีความแตกต่าง

 

สาระการเรียนรู้

ความแตกต่างของครอบครัว ครอบครัวเป็นสถาบันมีความสำคัญต่อเราทุกคน สาเหตุที่คนในสังคมมีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นฐานของแต่ละครอบครัว ดังต่อไปนี้

๑. ประเภทของครอบครัว

ครอบครัวเดี่ยว หรือครอบครัวเฉพาะ เป็นครอบครัวที่มีสมาชิกประกอบไปด้วย บิดา มารดา และบุตร เท่านั้น ซึ่งพบมากในสังคมปัจจุบัน​

ครอบครัวขยาย หรือครอบครัวเสริม เป็นครอบครัวที่มีสมาชิกประกอบไปด้วย บิดา มารดา และบุตร นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องอื่น เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือ หลานๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งพบมากในสังคมสมัยก่อน

๒. เศรษฐกิจของครอบครัว

การมีสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในวัยทำงาน ทำให้สามารถหารายได้เลี้ยงครอบครัว สมาชิกในครอบครัวประกอบอาชีพที่สุจริต และมีรายได้เพียงพอต่อครอบครัว และมีแนวทางในการดำเนินชีวิต รู้จักใช้จ่ายตามความจำเป็นและเหมาะสมกับรายได้ของครอบครัว โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการวางแผนการใช้จ่ายภายในครอบครัว การรู้จักอดออมและประหยัด ก็จะส่งผลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ในครอบครัวที่แตกต่างกัน

๓. สังคมภายในครอบครัว

ครอบครัวต่างมีความแตกต่างกัน เนื่องมาจากสังคมที่อยู่ภายในครอบครัวมีความแตกต่างกัน โดยมีสาเหตุมาจาก

  ๓.๑ การนับถือศาสนาของแต่ละครอบครัว ทำให้แต่ละครอบครัวมีความเชื่อและแนวทางปฏิบัติตนที่แตกต่างกัน

  ๓.๒ การอบรมเลี้ยงดูภายในครอบครัว สามารถแบ่งได้เป็น ๓ ลักษณะ

- แบบให้ความรัก การอบรมเลี้ยงดูแบบให้ความรัก ให้การสนับสนุนและมีเหตุผล การเลี้ยงดูแบบนี้จะช่วยพัฒนาสมาชิกในครอบครัวให้เป็นคนมีเหตุผล มีความมั่นใจในตนเอง มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

- แบบเข้มงวด การอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวด ไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้แสดงความคิดเห็น หรือ​กระทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง และบางครั้งลงโทษอย่างรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล การอบรมเลี้ยงดูแบบนี้มักจะทำให้สมาชิกในครอบครัวเป็นคนเก็บกด ก้าวร้าว ขาดความมั่นใจในตนเอง

- แบบตามใจ การอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีเหตุผล จะทำให้สมาชิกในครอบครัวเป็นคนเอา

แต่ใจตนเอง ยึดตนเองเป็นหลัก ขาดความเข้าใจผู้อื่น และทำให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ยาก

๔. ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว

การทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวเมื่อมีเวลาว่าง ช่วยเหลือกัน รักและห่วงใยกัน เมื่อมีปัญหาช่วยกัน

หาทางแก้ไข ทั้งยังมีความสามัคคีกันไม่ทะเลาะกัน พ่อ แม่ ลูก อยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นการถาวร ไม่มีการย้ายถิ่นฐานหรือแยกกันอยู่ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน โดยให้ความช่วยเหลือเพื่อนบ้านและได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเมื่อเกิดปัญหา และมีการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชนในด้าน ศาสนา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นประจำ ก็จะเป็นครอบครัวที่ใช้ชีวิตในสังคมรอบข้างได้อย่างมีความสุข

๕. การศึกษาของครอบครัว

พื้นฐานการศึกษาของครอบครัว เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวมีความแตกต่างกัน การที่พ่อแม่หรือสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวมีการศึกษาในระดับสูง ก็จะมีหน้าที่การงานที่ดีสามารถหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้มาก มีบุตรหลานจำนวนน้อย เนื่องจากมีความรู้เรื่องการวางแผนครอบครัว และยังเสริมให้บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดีด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่าครอบครัวของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน นักเรียนควรยอมรับความแตกต่างเหล่านั้น และไม่ควรนำครอบครัวของตนเองไปเปรียบเทียบกับครอบครัวของคนอื่น จงจำไว้ว่าพ่อแม่นักเรียนรักนักเรียนอยู่ตลอดเวลา

 

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ

๑. ครูติดรูปภาพ ๒ รูปบนกระดานดำ โดยภาพที่ ๑ เป็นภาพครอบครัวที่ประกอบไปด้วยสมาชิกในครอบครัวคือ บิดา มารดาและ บุตร ส่วนภาพที่ ๒ เป็นภาพที่ประกอบไปด้วย บิดา มารดา บุตร และญาติพี่น้อง อันได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา และหลานๆ จากนั้นครูสุ่มถามนักเรียนว่ารูปภาพ ๒ รูปนี้แตกต่างกันตรงจุดใดบ้าง (แนวคำตอบ: จำนวนสมาชิกในครอบครัว ครอบครัวแรกมีสมาชิกเพียงแค่ ๓ คน แต่ภาพที่ ๒ มีสมาชิกจำนวนมาก)

ขั้นสอน

๒. ครูติดแถบประโยค “ครอบครัวเดี่ยว หรือ ครอบครัวเฉพาะ” และ “ครอบครัวขยาย หรือครอบครัวเสริม” บนกระดาน โดยติดให้ตรงกับลักษณะรูปภาพครอบครัวที่ครูถาม และร่วมกันอภิปรายความเข้าใจว่าครอบครัวมีลักษณะที่เหมือนและแตกต่างกันเช่นไร (ครอบครัวเดี่ยว หรือครอบครัวเฉพาะ เป็นครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนน้อยประกอบไปด้วย บิดา มารดาและบุตร เท่านั้น ซึ่งพบมากในสังคมสมัยปัจจุบัน ส่วนครอบครัวขยายหรือครอบครัวเสริม เป็นครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนมาก ประกอบไปด้วย บิดา มารดา และบุตร นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องอื่น เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือ หลานๆอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งพบมากในสังคมสมัยก่อน)

๓.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความแตกต่างของครอบครัวในประเด็นเศรษฐกิจของครอบครัว ครูให้นักเรียนดูภาพเด็กที่มีฐานะร่ำรวย และเด็กด้อยโอกาส แล้วถามถึงความแตกต่างว่า นักเรียนคิดว่าเด็กในภาพทั้ง ๒ นี้ มีอะไรแตกต่างกันบ้าง และร่วมอภิปรายกับนักเรียนเรื่องเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกัน และให้คำแนะนำกับนักเรียนว่าทุกครอบครัวควรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทและมีเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น

๔.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความแตกต่างของครอบครัว ในประเด็นสังคมภายในครอบครัว ครูยกสถานการณ์ว่า หากนักเรียนไม่ยอมทำการบ้านที่ครูสั่งไว้ บิดา มารดา ของนักเรียนทำอย่างไร โดนสุ่มเรียกตัวแทนนักเรียนตอบคำถาม จากนั้น ครูอภิปรายกับนักเรียนว่าการอบรมเลี้ยงดูแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ (แบบให้ความรัก แบบเข้มงวด และแบบตามใจ) ติดแถบความหมายบนกระดานดำ และให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายแต่ละลักษณะอีกครั้งหนึ่ง

๕. ครูสุ่มเรียกตัวแทนนักเรียนและถามถึงปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นในครอบครัวของนักเรียน พร้อมบอกวิธีแก้ปัญหา

๖. ครูสุ่มเลือกตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมติที่ครูกำหนดให้ และให้เพื่อนในชั้นเรียนทายว่าจากสถานการณ์นั้น เป็นการอบรมเลี้ยงดูในครอบครัวเป็นลักษณะแบบใด แบบให้ความรัก แบบเข้มงวด หรือแบบตามใจ

ขั้นสรุป

๗. ครูอภิปรายสรุปปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้แต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกันมีอะไรบ้าง และเสริมปัจจัย ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวและการศึกษาของครอบครัว

๘. นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่องความแตกต่างของครอบครัวในหนังสือ

 

การวัดผลและประเมินผล

๑. ความสนใจและตั้งใจเรียนในการทำกิจกรรม

๒. ความถูกต้องในการตอบคำถาม

๓. การมีส่วนร่วมและอภิปรายในชั้นเรียน

๔.ความถูกต้องในการทำแบบฝึกหัด

๕.ความกล้าแสดงออกหน้าชั้นเรียน

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

๑. รูปภาพ

๒. บัตรคำ

๓. แถบประโยค

๔.สลากคำในการแสดงบทบาทสมมติ

๕. หนังสือสุขศึกษา


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก trueplookpanya.com