กำลังโหลดข้อมูล

Favorite
shares
0

สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

แม่น้ำลำคลองที่เห็นกันอยู่ทุกวัน เมื่อ 40-50 ปีที่แล้วมีหน้าตาเหมือนกับปัจจุบันหรือไม่

คุณครูให้นักสืบลองนึกทบทวนดูซิว่าแม่น้ำที่เราเห็นกันคุ้นตาตั้งแต่เกิด ถึงวันนี้ยังเหมือนเดิมเหมือนที่เคยเห็นหรือเปล่า  มีอะไรหายไป มีอะไรเพิ่มขึ้นมา หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง แต่ถ้าเห็นว่าแม่น้ำของเราไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าไหร่ก็ลองถามคนรุ่นพ่อแม่หรือรุ่นปู่ย่าดูสิว่าแม่น้ำสมัยนี้กับแม่น้ำสมัยโน้นมีหน้าตาต่างกันขนาดไหน  บางทีเราอาจได้เห็นภาพลำน้ำอีกสายที่ต่างจากแม่น้ำที่เราเห็นอยู่ทุกวันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งที่เป็นแม่น้ำเดียวกัน

ทำไมลำน้ำสายหนึ่งถึงเปลี่ยนไปได้อย่างนั้น?  คำตอบคงไม่ไปไหนไกลเกินกว่าคนเราเอง  ถ้านักสืบนั่งจดรายการดูว่าแต่ละวันเราใช้น้ำทำอะไรกันบ้าง ก็จะรู้ว่ามนุษย์ใช้น้ำมากมายและหลากหลายรูปแบบขนาดไหน แต่ก่อนเมื่อคนอยู่กันน้อยๆ การใช้น้ำของคนเรา (เช่น ดื่ม เก็บกักไว้ใช้ในบ้าน อาบ ใช้สอย เป็นแหล่งอาหาร ฯลฯ) ไม่ได้ทำให้แม่น้ำเปลี่ยนไปมากนัก  ครั้นคนเพิ่มจำนวนมากขึ้น การทำมาหากินเปลี่ยนจากแบบพอเพียงเป็นแบบส่งขาย การใช้แม่น้ำก็เปลี่ยนไปอย่างมาก  แถมยังปล่อยมลพิษลงน้ำมากตามไปด้วย  และเมื่อรู้สึกว่าแม่น้ำไม่ตอบสนองความต้องการของตนมากพอ เราก็ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่ให้ใช้แม่น้ำได้คุ้มสุดใจ
    
แม่น้ำที่เคยมีชีวิตมาหลายร้อยหลายพันปี เมื่อถูกทำให้เปลี่ยนสภาพไป ผลเสียไม่ได้เกิดเฉพาะกับตัวแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงชีวิตที่อาศัยในลำน้ำนั้นด้วย  สัตว์และพืชที่เคยอาศัยอยู่มานานและปรับตัวจนเข้ากับสภาพเฉพาะของลำน้ำดีอยู่แล้ว จะมีสภาพไม่ต่างจากผู้ไล่ที่  แสงแดดและอุณหภูมิที่เคยพอดีก็กลายเป็นแรงและร้อนขึ้น จากที่เคยหลบแดดหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้ เมื่อไม่มีเงาไม้ให้ได้อาศัย ก็อาจต้องล้มหายตายจากไปถ้าปรับตัวไม่ทัน
    
และถ้านั่งนับต่อไปอีกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับลำน้ำและบริเวณใกล้ๆ บ้าง ทั้งเป็นที่ปล่อยน้ำเสีย ของโสโครก ทั้งดูดทรายจากท้องน้ำ ทั้งทำคอนกรีตกั้นฝั่งและพื้นน้ำ ฯลฯ เท่านี้ ไม่มีใครบอกก็รู้แล้วว่าพืชพันธุ์ ต้นไม้ สัตว์ และบ้านของมัน ถูกทำลายไปมากขนาดไหน และลำน้ำเดียวกันนี้เองที่มนุษย์ก็ยังใช้ประโยชน์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

เพื่อให้นักสืบได้รู้ว่าลำน้ำสุขภาพดีที่เคยมีอยู่เป็นอย่างไร  มนุษย์เปลี่ยนแปลงลำน้ำไปอย่างไรและมากมายขนาดไหน  เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น  และเรียนรู้ว่าการสำรวจชุมชนจะทำให้นักสืบได้รู้และเข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

สาระการเรียนรู้

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

กิจกรรมการเรียนรู้

อุปกรณ์:
1.ตาราง “ข่าวดี-ข่าวร้าย” ของลำน้ำ
2.กระดาษปรู๊ฟสำหรับทำนิทรรศการ “ข่าวดี-ข่าวร้าย”
3.กระดาษปรู๊ฟสำหรับวาดแผนที่เป็นกลุ่ม
4.กระดาษปรู๊ฟสำหรับทำแถบบันทึกเรื่องลำน้ำ
5.กระดาษสำหรับบันทึก
6.เครื่องเขียน เช่น ดินสอสี สี
7.เครื่องบันทึกเสียง (ถ้าต้องการใช้)
8.ภาพถ่ายลำน้ำธรรมชาติหรือต้นน้ำกับลำน้ำที่ผ่านเมือง (ถ้าต้องการใช้)

การดำเนินกิจกรรม:
อุ่นเครื่อง
1. ให้นักสืบระบุว่าลำน้ำในชุมชนของนักสืบคือลำน้ำใด
2. ให้นักสืบแบ่งกลุ่มเพื่อวาดภาพ “ลำน้ำสมัยก่อน” จากจินตนาการของนักสืบเอง โดยให้คิดว่าลำน้ำเป็นที่อยู่อาศัย ที่หากินของพืชสัตว์
    - นักสืบคิดว่าสมดุลของระบบนิเวศลำน้ำน่าจะเป็นอย่างไร
    - นักสืบคิดว่าสมัยก่อน สัก 40-50 ปีมาแล้ว มีใครมาอาศัยอยู่บริเวณลำน้ำนี้หรือยัง และคิดว่าเขาได้สร้างอะไรไว้หรือเปลี่ยนแปลงลำน้ำอย่างไรบ้าง

กิจกรรมที่ 1
1. ให้นักสืบช่วยกันวาดภาพแผนที่ลำน้ำสมัยก่อน โดยระดมสมองหาวิธีการที่จะทำให้ได้แผนที่ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเมื่อ 40-50 ปีก่อนมากที่สุด  นักสืบอาจแบ่งหน้าที่กันเพื่อ:
1.1 สัมภาษณ์พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหรือชุมชน ถึงลักษณะของลำน้ำในสมัยก่อน โดยพิจารณาหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้
    - รูปร่างหน้าตาของลำน้ำสมัยก่อน เช่น ความคดเคี้ยว ลักษณะสองฝั่งน้ำ ความกว้างแคบของลำน้ำ ฯลฯ
    - พงพืช ต้นไม้ นก สัตว์ริมน้ำ ปลา สัตว์เล็กน้ำจืด ฯลฯ ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยพบเห็นในอดีตมีอะไรบ้าง อยู่บริเวณไหนของลำน้ำและใช้เป็นอาหาร เป็นยา หรือเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านอย่างไร
    - ของเล่นที่เด็กสมัยก่อนได้จากลำน้ำหรือบริเวณลำน้ำ รวมถึงการละเล่นที่อาศัยลำน้ำเป็นส่วนประกอบ
    - สถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ริมน้ำ
    - ระบบชลประทานในสมัยนั้น

นักสืบอาจชักชวนผู้ใหญ่และผู้เฒ่าผู้แก่ให้ช่วยวาดภาพแผนที่ลำน้ำสมัยก่อนด้วยกันก็ได้ หรือจะปั้นดินเหนียวหรือดินน้ำมันเป็นรูปต้นไม้ สัตว์ บ้าน วัด ฯลฯ ก็ดี
1.2 หาแผนที่ของชุมชนที่แสดงลำน้ำในอดีต
1.3 ภาพถ่ายของพ่อแม่ปู่ยาตายายสมัยยังหนุ่มสาว หรือภาพหมู่บ้านในอดีต
1.4 ข้อมูลจากห้องสมุดหรือศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของโรงเรียน หรือนักสืบจะหาข้อมูลจากทางใดได้อีกบ้าง?

2. เมื่อได้ข้อมูลและสิ่งที่ต้องการแล้ว ให้นักสืบช่วยกันระดมสมองว่าจะสร้างสรรค์แผนที่ลำน้ำสมัยก่อนอย่างไร
    - จะใส่ข้อมูลอะไรบ้างลงไปในแผนที่
    - จะนำเสนอแผนที่อย่างไรให้เข้าใจง่าย เช่น นิเวศวิทยาลำน้ำ สังคมความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การทำมาหากินของคนแถบนั้น ฯลฯ

3. เมื่อได้แผนที่ลำน้ำในอดีตแล้วคุณครูบอกนักสืบว่า เราจะสร้างสรรค์แผนที่ลำน้ำปัจจุบัน (ตามที่เห็นและเป็นอยู่) ด้วยกัน ให้นักสืบระดมสมองว่าจะทำอย่างไร  นักสืบอาจใช้วิธีการเดียวกับการทำแผนที่สมัยก่อนก็ได้ โดยทำไปพร้อมๆ กับการสำรวจดูลำน้ำและสำรวจชุมชน
      
กิจกรรมที่ 2
1. เมื่อกลับจากการสำรวจลำน้ำปัจจุบันแล้ว ให้นักสืบแต่ละคนนึกถึงสิ่งที่ชอบและไม่ชอบเกี่ยวกับลำน้ำว่ามีอะไรบ้าง อย่างละ 5 ข้อ  สิ่งที่ชอบถือว่าเป็น “ข่าวดี”  ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบถือเป็น “ข่าวร้าย”  แล้วเขียนลงตารางหน้าถัดไป
2. หลังจากที่ทุกคนได้รายการข่าวดีและข่าวร้ายของลำน้ำแล้ว ให้เขียนข่าวดี-ข่าวร้ายของแต่ละคนลงบนกระดานดำหรือกระดาษปรู๊ฟแผ่นใหญ่ แล้วให้ลงคะแนนเสียงกันว่า ข่าวดี 5 อันดับแรก และข่าวร้าย 5 อันดับแรกของ     ลำน้ำคืออะไรบ้างเป็นมติของกลุ่มนักสืบ
3. นักสืบอาจออกสำรวจชุมชนอีกครั้งเพื่อสอบถามชาวบ้านในชุมชนว่า “ข่าวดี-ข่าวร้าย” ของลำน้ำในความคิดของชาวบ้านคืออะไรบ้าง โดยใช้วิธีการเดียวกันกับข้อ 1 และข้อ 2 แล้วประมวลผลการสำรวจที่ได้มาเพื่อทำนิทรรศการหรือจดหมายข่าวเผยแพร่ให้คนในชุมชนได้ทราบ
4. ให้นักสืบเปรียบเทียบ “ข่าวดี-ข่าวร้าย” ของลำน้ำระหว่างมติของกลุ่มนักสืบกับของชาวบ้าน
“ข่าวดี-ข่าวร้าย” ของลำน้ำของนักสืบและของชาวบ้านเหมือนหรือแตกต่างกัน  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
                           

กิจกรรมที่ 3
1. ให้นักสืบระดมสมองและช่วยกันทำ “แถบเล่าเรื่องลำน้ำ” เพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลงของลำน้ำจากเมื่อ 40-50 ปีก่อนจะถึงปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลจากกิจกรรม 1 และกิจกรรม 2 เป็นพื้นฐาน ดูตัวอย่างแถบเล่าเรื่องลำน้ำด้านล่าง  นักสืบสามารถสร้างสรรค์รูปจำลองหรือแบบจำลอง 3 มิติ หรือทำเป็นแถบ เช่น เกมงูตกบันได เพื่อเล่าเรื่องราวของลำน้ำ
              

 2. ให้นักสืบจัดแสดงนิทรรศการแผนที่ลำน้ำ ทั้งแผนที่ลำน้ำสมัยก่อนจากจินตนาการ แผนที่ลำน้ำสมัยก่อนที่ทำขึ้นจากข้อมูลการสำรวจ และแผนที่ลำน้ำปัจจุบัน รวมทั้งตารางผล “ข่าวดี-ข่าวร้าย” ของลำน้ำทั้ง ของนักสืบและชาวบ้าน รวมทั้ง “แถบเล่าเรื่องลำน้ำ” ที่บอร์ดหลังห้อง หรือจัดแสดงนิทรรศการในหมู่บ้าน

สรุปผล:
นักสืบรู้และเข้าใจว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงสภาพลำน้ำในชุมชนอย่างไร และรู้จักวิธีการสำรวจชุมชนที่จะทำให้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลำน้ำ รวมทั้งได้รับรู้ถึงความคิดเห็นและทัศนคติของคนในชุมชน

กิจกรรมต่อเนื่อง:
1. ถ้าหากนักสืบกลับไปนำเสนอผลการสำรวจให้คนในท้องถิ่นทราบ นักสืบอาจสำรวจความคิดเห็นต่อไปว่า จากข้อมูลนี้คนในชุมชนจะมีวิธีดูแลรักษา จัดการ หรือแก้ไขสภาพของลำน้ำในท้องถิ่นอย่างไร
    - ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจบอกอะไรแก่คนในชุมชนบ้าง และจะเป็นพื้นฐานให้คนในชุมชนตัดสินใจเกี่ยวกับลำน้ำในอนาคตอย่างไร
2. จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจลำน้ำและชุมชน ถ้านักสืบพบสิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมของมนุษย์อยู่บริเวณลำน้ำและฝั่งน้ำ ให้นักสืบช่วยกันตอบคำถามต่อไปนี้
    - สิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมนั้นมีประโยชน์อย่างไร และมีขึ้นเพื่ออะไร
    - เมื่อสร้างขึ้นแล้วมีประโยชน์ดังที่คิดไว้จริงหรือไม่
    - สิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมนั้นมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์หรือไม่ อย่างไร
    - วิเคราะห์ผลว่า สิ่งก่อสร้าง หรือกิจกรรมนั้นๆ มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระยะสั้นอย่างไร ระยะยาวอย่างไร
    - ในกรณีที่สิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมนั้นมีข้อเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าข้อดี นักสืบคิดว่าสิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมนั้นจำเป็นต่อลำน้ำและชุมชนหรือไม่  หากจำเป็น นักสืบมีทางเลือกอื่นไหม เช่น ปรับเปลี่ยนวัสดุให้สอดคล้องและเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น ศึกษาผลดีผลเสียให้ถ่องแท้
3. ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดกับชุมชนอื่น
4. เชิญคนในชุมชนและนอกชุมชน ปราชญ์ท้องถิ่น พระ ฯลฯ มาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน

***หมายเหตุ
     เพื่อให้การทำกิจกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก มูลนิธิโลกสีเขียว
http://www.greenworld.or.th/contact

การวัดผลและประเมินผล

1.นักสืบได้รู้จักสภาพลำน้ำในท้องถิ่นและได้รับรู้ถึงความคิดเห็นของคนในชุมชน
2.นักสืบสามารถแสดงผลการสำรวจการเปลี่ยนแปลงของลำน้ำและผลการสำรวจชุมชน
3.นักสืบรู้จักวิเคราะห์ผลการสำรวจนั้น

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก มูลนิธิโลกสีเขียว